พระศรีอาริย์ดั้งเดิม


เท่าที่พยายามตามอ่านข้อมูลในทางเว็บไซต์ ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า ความน่าเชื่อถือมีน้อยมากในทางวิชาการ  แต่มันประหยัดเวลา และให้ความรู้พอเป็นพื้นฐานได้ และคนไทยส่วนใหญ่ก็ต้องการแค่นี้แหละ


คติความเชื่อในการสร้างพระศรีอารยเมตไตรย (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5) เริ่มเป็นที่แพร่หลายหลังกึ่งพุทธศตวรรษ หรือ พ.ศ. ๒๕๐๐

ก่อนหน้านี้ มีการสร้างพระศรีอารยเมตไตรยอันเป็นที่เลื่องชื่อ อยู่ ๒ องค์ คือ องค์แรก "พระศรีอาริยเมตไตรย"ประดิษฐาน ที่วัดไลย์ ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ที่มีผู้คนทั้งใกล้และไกลให้ความเคารพบูชา กราบไหว้มาแต่ครั้งโบราณกาล ทุกๆ ปีจะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมกันอย่างเนืองแน่น

วัดจึงจัดสร้างเหรียญและรูปหล่อ แผ่นทองแดงปั๊มพระสี่เหลี่ยมเนื้อชิน ฯลฯ เพื่อสำหรับไว้แจกเป็นที่ระลึก และเป็นอนุสรณ์ในการที่ได้มาร่วมทำบุญกับวัดบ้าง


ส่วนพระศรีอารยเมตไตรย อีกองค์หนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็น (พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕) ที่ใหญ่และเก่าแก่มากที่สุด ประดิษฐานอยู่ที่วัดปราโมทย์ ม. ๒ บ้านบางสะแก ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

จากปูนปั้นขนาดหน้าตักกว้าง ๙ ศอก สูง ๘ โดยชาวบ้านจะเรียกว่า หลวงพ่อโต น่าจะมีอายุประมาณ ๑๖๐ ปี ซึ่งชาวบ้านนับถือมากว่าศักดิ์สิทธิ์ และจะแก้บนด้วยประทัดและดอกไม้รูปเทียน พวงมาลัย

ทุกปีจะมีงานประจำปีในเดือนตุลาคม ทำบุญออกพรรษา มีตักบาตรรอบโบสถ์ ประกวดแต่งกายชุดไทย แข่งเรือ ชกมวยและมีงิ้วแสดงถวาย

ในคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา หรือไตรภูมิฉบับหลวง กล่าวว่า ในยุคของศาสนาพระศรีอารยเมตไตรยนั้น ผู้คนจะมีแต่ความสุข ปราศจากกลียุคทุกข์ยาก ไม่มีผู้ร้ายฆ่าฟันกันเหมือนเช่นทุกวันนี้

ความสงบสุขจะแผ่ไปทั่ว คนในศาสนาพระศรีอารย์นั้น ไม่ต้องพึ่งพาโรงพยาบาล ไม่ต้องกังวลว่า จะไม่มีค่ารักษาพยาบาล เพราะคนทั้งปวงจะปราศจากโรคาพยาธิ ดินฟ้าอากาศก็ได้รับการควบคุมให้อยู่ในระดับที่สบาย

คนยุคปัจจุบัน เมื่อเห็นว่าในศาสนาพระศรีอารย์มีแต่ความสุข ก็พากันปรารถนาที่จะไปเกิดใหม่ในศาสนานั้น โดยนิยมสร้างพระศรีอารย์ เพราะมีคติความเชื่อกันว่า เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเกิดในยุคศาสนาของพระศรีอารย์” อ.รามกล่าว

สรุปได้ง่ายๆ ว่า ก่อน พ.ศ. 2500 การสร้างพระพุทธรูปปางพระศรีอาริย์มีไม่มากนัก เท่าที่โด่งดังมากๆ มี 2 องค์ คือ วัดไลย์ ลพบุรีกับวัดปราโมทย์ สมุทรสงคราม (รูปด้านบน)

หลังจากนั้น การสร้างกันไปทั่วประเทศ  ผมสันนิษฐานเกิดจากการที่คนกลุ่มหนึ่งต้องการหลอกลวงประชาชน ก็เอาสร้างภาพความฉิบหายวายป่วงที่จะเกิดกับโลก กับประเทศเอาดูน่ากลัว

หลังจากนั้นก็ มึงเอาเงินมาให้กู ก็จะรอดทำนองนั้น

ผมขอยืนยันและฟันธงไปเลยว่า  สภาพการที่จะเกิดกับยุคพระศรีอาริย์นั้น มีจริง และก็จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่ไม่ใช่ภายใน 10 ปี 20 ปีนี้  ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกภายในกี่ปี

ส่วนภาพความฉิบหายวายป่วงที่กลุ่มคนพวกนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อไปขู่เข็ญประชาชนนั้น ไม่เกิดขึ้นอย่างนั้น  และจะไม่เกิดขึ้นกับสังคมที่นับถือศาสนาพุทธ เถรวาทอย่างแน่นอน

การที่มีคนไปแอบอ้างว่า ตนเองเป็นพระศรีอาริย์ เช่น ที่อีเมล์มาหาผม เป็นลูกพระศรีอาริย์ เป็นหลานพระศรีอาริย์ ฯลฯ ทั้งหลายนั้น หลอกลวงทั้งสิ้น

คนที่อยากไปอยู่ในยุคพระศรีอาริย์ หรือยุคอย่างนั้น ถึงแม้จะใช้ชื่ออื่น  ก็ไม่ต้องไปสร้างพระศรีอาริย์ หรือไปท่องชื่อพระศรีอาริย์ไว้ตลอดเวลา เพียงแต่ปฏิบัติธรรมทำความดีไว้ ก็ได้ไปอยู่แน่

การสร้างพระศรีอาริย์ หรือร้องเรียกพระศรีอาริย์  ทำอะไรๆ ที่เกี่ยวกับพระศรีอาริย์ไม่สามารถช่วยให้ไปเกิดในยุคนั้นได้ หมายถึง เกิดเป็นมนุษย์เพื่อสร้างบารมี


การบูชาพระศรีอาริย์ คติพระศรีอาริย์ในปัจจุบัน น่าจะส่งผลให้ไปอบายภูมิมากกว่าที่จะไปสุคติภูมิ เพราะเป็นเรื่องที่หลอกลวงเสียมากกว่าส่วนที่เป็นเรื่องจริง